ความเป็นมาและวัตถุประสงค 
 
 
 
โครงการ RSU Love to Read
     
 
     สืบเนื่องจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ที่มีมติเห็นชอบให้การส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยกำหนดให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันรักการอ่าน และกำหนดให้ระหว่างปี พ.ศ. 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านของประเทศ โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นกลไกขับเคลื่อนการส่งเสริมการอ่านให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
 
 
     เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 3 ด้านหลักในการผลักดันให้การส่งเสริมเป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้แก่ การพัฒนาคนไทยให้มีความสามารถในด้านการอ่าน โดยรณรงค์การอ่านเขียนภาษาไทย ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย รวมทั้งบริหารจัดการและสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนาความสามารถในด้านการอ่านของคนไทย การพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน โดยปลูกฝังและสร้างทัศนคติคนไทยให้เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการอ่านหนังสือและสื่อทุกรูปแบบ ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเป็นภาคีเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน และกำหนดมาตรการจูงใจให้ภาคีเครือข่ายร่วมส่งเสริมการอ่านในสังคมไทย และการสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมการอ่าน โดยแสวงหาภาคีเครือข่ายในการเสริมสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม พัฒนาและเพิ่มจำนวนแหล่งการเรียนรู้ให้สามารถจัดบริการได้ครอบคลุมทุกตำบล/ชุมชนอย่างทั่วถึงทันสมัยและมีคุณภาพเพื่อทำให้การอ่านเป็นที่สนใจมากขึ้น
 
    
     เมื่อกรุงเทพมหานครเสนอตัวเพื่อเข้าแข่งขันสู่การเป็นเมืองหนังสือโลก หรือ World Book Capital ในปี 2556 เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการกระตุ้นวัฒนธรรมการอ่าน โดยร่วมกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ตระหนักว่าวัฒนธรรมการอ่านเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกภาคส่วนในกรุงเทพมหานคร ทำให้โครงการรณรงค์ให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งการอ่านเกิดขึ้น
 
 
     สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิตซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการแก่ผู้ใช้และส่งเสริมด้านการศึกษาในทุกๆด้าน รวมทั้งการส่งเสริมทักษะและสร้างอุปนิสัยรักการอ่านซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่สำนักหอสมุดได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ได้ลงนามเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายโครงการมหานครแห่งการอ่าน โดยในปีการศึกษา 2553 สำนักหอสมุดได้จัดกิจกรรม RSU Love to Read หรือชุมชนคนรังสิตรักการอ่านขึ้นเพื่อเป็นการรณรงค์และสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยรังสิตหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการอ่านมากยิ่งขึ้น และเพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายชุมชนคนรังสิตรักการอ่านที่มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป สำนักหอสมุดได้มีพิธีเปิดตัวกิจกรรม RSU Love to Read อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันพุธที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา ในงานสัปดาห์ห้องสมุด ประจำปีการศึกษา 2553 เป็นการแนะนำสมาชิกของชุมชนรุ่นแรกฯ ได้แก่ผู้บริหารและนักศึกษาซึ่งเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยรังสิตที่มาร่วมบอกเล่าถึงหนังสือที่รักและอยากให้คนที่รัก อ่านรวมทั้งรสนิยมการอ่านในหลายแง่มุม โดยสำนักหอสมุดมีแผนจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
 
 
     โครงการ RSU Love to Read ได้ทำการเปิดตัวในงานสัปดาห์ห้องสมุด ประจำปีการศึกษา 2553 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2554 โดยโครงการ RSU Love to Read เป็นโครงการที่รณรงค์ให้นักศึกษาและผู้ใช้บริการ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อสร้างเป็นชุมชนคนรังสิตรักการอ่าน โดยสร้างแรงจูงใจจากการให้ความสำคัญกับการอ่าน และการอ่านหนังสือของบุคคลในมหาวิทยาลัยรังสิต โดยเริ่มจากผู้บริหารของมหาวิทยาลัยรังสิตและนักศึกษาที่เป็นนักแสดง ซึ่งสำนักหอสมุดจะจัดทำแบบสอบถาม จำนวน 4 ข้อ ให้ตอบเกี่ยวกับการอ่าน และจะนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถาม RSU Love to Read มาเผยแพร่ในจดหมายข่าว / รายการวิทยุ ของสำนักหอสมุด ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์และสร้างแรงจูงใจ ให้นักศึกษาและคณาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการอ่านมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การสร้างชุมชนคนรังสิตรักการอ่านที่มั่นคงและยั่งยืน...
 
 
 
 
 
รายชื่อคณะทำงานโครงการ RSU Love to Read
 
     
  ปรึกษาโครงการ
  - ดร.มลิวัลย์ ประดิษฐ์ธีระ (ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด)
     
  คณะกรรมการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ สำนักหอสมุด
  1. นางพัชรา หาญเจริญกิจ (ประธานกรรมการ)
  2. นางกัลยา ตันจะโร (กรรมการ)
  3. นางสาวลมัย ประคอนสี (กรรมการ)
  4. นางสาวประทีป ชินบดี (กรรมการ)
  5. นางสาวอรกัญญา กุญช์ชญาวนิช (กรรมการ)
  6. นางสาวพรศรี สุขการค้า (กรรมการ)
  7. นางสาวรัตนาภรณ์ กาศโอสถ (กรรมการและเลขานุการ)
     
     
 
 
 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21-Aug-2013